สานต่อปณิธานแห่งการพึ่งพาตนเอง เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ เรือรบต่อในประเทศไทยลำล่าสุด
นับแต่การดำเนิน
โครงการเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง (OPV) อันเป็นการนำแผนแบบของเรือตรวจการณ์ของต่างประเทศมาปรับแบบให้เหมาะสมกับความต้องการตามภารกิจของกองทัพเรือ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการสนับสนุนอุตสาหกรรมต่อเรือภายในประเทศจนได้เรือหลวงกระบี่ (551) เข้าประจำการ จากนั้นจึงมีดำเนินการโครงการเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งลำที่ 2 อันเป็นการพัฒนาปรับรูปแบบให้ทันสมัยและติดอาวุธปล่อยนำวิถีเพื่อเพิ่มอำนาจการยิง เสริมทดแทนเรือรบรุ่นเก่าของกองทัพเรือที่ทยอยปลดประจำการหลังจากถูกใช้งานมาอย่างยาวนาน
วันที่ 27 กันยายน 2562 พลเรือเอก
ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือได้เป็นประธานในพิธีรับมอบเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ ณ ท่าเรือแหลมเทียน พร้อมทั้งกล่าวโอวาทให้แก่กำลังประจำเรืออันเป็นเสมือนการแสดงความพร้อมในการปฏิบัติงานอย่างเป็นทางการภายใต้กรอบดำเนินโครงการเป็นเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ถึง 2561
โดยดำเนินการสร้างเรือที่อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช
แม้จะมีการปรับปรุงรูปแบบของเรือทั้งการปรับรูปแบบของดาดฟ้าท้ายเรือเพื่อให้สามารถรองรับการปฏิบัติงานของเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่อย่างซีฮอว์ค และจัดสร้างพื้นที่ติดตั้งแท่นยิงอาวุธปล่อยแบบฮาร์พูน บล็อค 2 จำนวน 2 แท่น
ที่สามารถติดตั้งท่อยิงได้เต็มอัตรา 8 ท่อยิง แต่โครงการก็ดำเนินการไปได้ตามเป้าหมายผ่านการทดสอบตามมาตรฐานของกองทัพเรือได้ตามกำหนดเวลา
เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ ได้รับหมายเลขเข้าประจำการคือ 552 และได้รับพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานนามเรือจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นับเป็นเรือหลวงลำแรกที่ดำเนินการสร้างในประเทศที่ได้เข้าประจำการในรัชกาลปัจจุบัน มีระวางขับน้ำ 1,960 ตัน
มีความยาวลำเรือ 90.50 เมตร
ทำความเร็วสูงสุดได้ 23 น็อต
ติดตั้งปืนหลัก ขนาด76/62
มม.วัลคาโน่ ซุปเปอร์ราปิด แท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถีฮาร์พูน แท่นปืนกลขนาด 30 มม. แท่นเดี่ยว ซีฮอว์ค
MSI-DS30MR จำนวน 2 แท่น ปืนกล M2 ขนาด .50 นิ้ว จำนวน 2 กระบอก
แท่นยิงเป้าลวงของเทอร์ม่า DL-12T 12ท่อยิง นอกเหนือไปจากนี้้ยังมีการติดตั้งระบบสร้างคลื่นความถี่สูงเพื่อการป้องปรามการละเมิดกฎหมายทางทะเลโดยไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธ LRAD 1000Xi ที่กราบเรือทั้ง 2 ข้าง
ผู้บังคับการเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์คนแรกคือ นาวาโท วีรุตม์ ฉายะจินดา
พร้อมลูกเรือจำนวน 99
นายได้ทำการสาบานธงและรับมอบเรือเพื่อปฏิบัติงานเป็นชุดแรก จากผู้บัญชาการทหารเรือ เพื่อดำเนินการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล การรักษากฎหมายในทะเล และการปฏิบัติการรบผิวน้ำอย่างเต็มประสิทธิภาพต่อไป /ThaiArmedForce.com
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น