หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

กองทัพเรือ ดำรงความพร้อมภารกิจทางทะเล ผุด โครงการ “เรือรบปลอดเชื้อ”

กองทัพเรือ ดำรงความพร้อมภารกิจทางทะเล ผุด โครงการ “เรือรบปลอดเชื้อ” ทำระบบปรับอากาศรวมของเรือรบให้ปลอดภัยไร้โควิด ใช้ “เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช” เป็น ต้นแบบ  ดำเนินการติดตั้งแล้วในเรือรบอีก 7ลำ อยู่ระหว่างติดตั้งเพิ่มอีก 2 ลำ
(ภาพประกอบบางภาพ ถ่ายก่อนการระบาดของ COVID - 19 ระลอก 3)

พลเรือเอก เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสดังกล่าว แพร่กระจายไปยังทุกหน่วยงานของกองทัพเรือ รวมทั้งในเรือรบ ซึ่งมีภารกิจสำคัญในทะเล จึงได้จัดโครงการ “ เรือรบปลอดเชื้อ” โดยทำระบบปรับอากาศรวมของเรือรบให้ปลอดภัยจากเชื้อ COVID-19 โดยใช้ “เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช” เป็นต้นแบบ และได้ดำเนินการติดตั้งแล้วในเรือรบอีก 7 ลำ และขณะนี้อยู่ระหว่างติดตั้งเพิ่มอีก 2 ลำ หลังพบว่า เมื่อติดตั้งระบบแล้ว ออกทะเลไปภารกิจไม่มีใครป่วย-ติดเชื้อโรคในทางเดินอากาศ และลดปริมาณสารเคมี ไอเสียจากเครื่องยนต์ และสารระเหยอื่นๆ ที่ฟุ้งกระจายอยู่ในเรือ รวมทั่งกลิ่นอาหาร และกลิ่นอับจากความชื้นที่เกาะอยู่ตามผนังและแผงความเย็นในระบบปรับอากาศ

สำหรับความเป็นมาของโครงการเกิดจาก ในช่วงแรกของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 นั้น พบว่า เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ และของฝรั่งเศส ตลอดจนเรือรบอื่นๆ รวมถึงเรือท่องเที่ยวในต่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดก็ต่างใช้ระบบปรับอากาศรวม เหมือนกับในเรือรบ มีการเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสภายในเรือ ทำความคิดที่จะป้องกันไม่ให้เรือรบของกองทัพเรือไทยต้องประสบปัญหา ต่อกำลังพลประจำเรือและครอบครัว ตลอดจนความพร้อมรบ  หรือพร้อมปฏิบัติภารกิจ ต้องได้รับผลกระทบ

พลเรือโท ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือ สายงานกิจการพลเรือน จึงได้หารือกับ พลเรือโท สมัย ใจอินทร์ รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ และ นายสมโภชน์ อาหุนัย จาก บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เคยนำอุปกรณ์เครื่องฆ่าเชื้อในอากาศ ไปบริจาคพร้อมติดตั้งให้โรงพยาบาลต่างๆ ใน กทม. แล้วหลายโรงพยาบาล รวมถึง โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ทีมงานจึงได้นำอุปกรณ์ไปศึกษาเพื่อติดตั้งในเรือ ซึ่งใช้ระบบปรับอากาศรวมเช่นเดียวกับโรงพยาบาล โดยอุปกรณ์ดังกล่าว เป็นหลอด UVC ที่นำมาประยุกต์ใช้กับเรือรบ และเป็นเครื่องฟอกอากาศด้วยแสง UV (UV GERMICIDAL AIR PURIFIER) ในการนี้ กองทัพเรือ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานศึกษาฯ เป็นคณะทำงานป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโรคทางระบบปรับอากาศ โดยมี พลเรือโท สมัย ใจอินทร์ พลเรือตรี สราวุธ ใจชื้น พลเรือตรี ไพศาล เฮงจิตตระกูล พลเรือตรี สาธิต นาคสังข์ นาวาเอก สมศักดิ์ คงพยัคฆ์ นาวาเอก พิสุทธิ์ แดงเผือก นาวาเอก ธีรสาร คงมั่น นาวาโท เอกราษฎ์ นาคมี และ นาวาโท ประพนธ์ น้อยมณี ร่วมเป็นคณะทำงาน

โดยได้ทำการทดสอบ ทดลองติดตั้งบนเรือรบ และได้นำไปตรวจสอบ ทดสอบ และวัดผล ซึ่งได้รับการรับรองจาก กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ และกรมแพทย์ทหารเรือ และพบว่าสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดีและไม่รบกวนกับระบบต่างๆ ของเรือ จากนั้นคณะทำงานจึงได้รายงานผลการทดสอบนี้ให้ ผู้บัญชาการทหารเรือ รับทราบ และขออนุญาตทดลองติดตั้งใช้งาน โดยได้ติดตั้งใน “เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช” เป็นลำแรก ก่อนที่จะเดินทางไปเข้ารับการปรับปรุงเรือที่เกาหลีใต้ เนื่องจากในขณะนั้นเป็นในห้วงเกิดการระบาดสูงสุดในเกาหลีใต้  ซึ่งผลการปฏิบัติหลังติดตั้งระบบแล้วระยะเวลา 2 เดือน พบว่าไม่มีกำลังพลนายใดติดเชื้อ

ต่อมาในการแพร่ระบาดของ COVID- 19 ในระลอกที่ 2 ทำให้เรือรบสมรรถนะสูง และเรือรบขนาดใหญ่ ที่มีกำลังพลปฏิบัติงานเรือเป็นจำนวนมาก ขอรับการสนับสนุนการติดตั้งมากขึ้น จึงได้ดำเนินการติดตั้งจนแล้วเสร็จจำนวน 7 ลำ ประกอบด้วย เรือหลวงจักรีนฤเบศร เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช  เรือหลวงมกุฎราชกุมาร เรือหลวงนเรศวร เรือหลวงตากสิน เรือหลวงกระบุรี เรือหลวงบางปะกง และอยู่ระหว่างการติดตั้งอีก 2 ลำ คือ ที่ เรือหลวงอ่างทอง และ เรือหลวงสิมิลัน ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ กองทัพเรือได้จัดให้มีการไปฝึกภาคทะเลของนักเรียนนายเรือ โดยหมู่เรือฝึก คือ เรือหลวงนเรศวร  เรือหลวงบางปะกง และ เรือหลวงมกุฎราชกุมาร  ที่ได้ทำการติดตั้งเครื่องฆ่าเชื้อดังกล่าวแล้ว พบว่า ไม่มีกำลังพลประจำเรือรวมถึงนักเรียนนายเรือที่เข้าร่วมฝึกป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจแต่อย่างใด นอกจากนั้นยังสามารถขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ อาทิ ควัน /น้ำมัน ให้ลดลงได้อีกด้วย

ปัจจุบันหลอด UVC ที่ติดตั้งภายในเรือเพื่อฆ่าเชื้อ แม้ว่าจะมีจำหน่ายโดยทั่วไป แต่ไม่ใช่ว่าจะติดตั้งได้โดยทั่วไป  ซึ่งแม้ว่าจะมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อโรคต่างๆ รวมถึง รา เส้นใย ยีสต์ ได้ในระดับพื้นผิว ซึ่งในวงการวิทยาศาสตร์จะนิยมเรียกกันว่า Ultraviolet Germicidal Irradiation โดยแสงจากหลอด UV ฆ่าเชื้อนี้จะทำให้เชื้อโรคและแบคทีเรียโดยรอบหยุดทำงาน ดังนั้นหลอดไฟฆ่าเชื้อนี้ จึงช่วยกำจัดหรือช่วยทำลายไวรัส และแบคทีเรียบนพื้นผิวที่เป็นอันตรายต่อร่างกายผู้ป่วยให้มีจำนวนลดน้อยลง แต่อย่างไรก็ตามผลยังมีข้อควรระวังในการใช้งาน เนื่องจากหลอด UVC มีความยาวคลื่นอยู่ที่ประมาณ 200-280 นาโนเมตร ซึ่งเป็นรังสีที่ค่อนข้างเป็นอันตรายต่อร่างกายถ้าหากกระทบผิวหนังตรงๆ เป็นระยะเวลานาน เพราะอาจจะเป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังไหม้ หรือสามารถทำให้เยื่อบุตาอักเสบได้ ซึ่งถ้าได้รับแสงรังสี UVC มากเกินไปเป็นระยะเวลาหนึ่ง อาจจะทำให้สูญเสียการมองเห็นได้ โดยในส่วนของการติดตั้งบนเรือนั้นใช้หลอด UVC ทำการติดตั้งกับระบบปรับอากาศรวมของเรือซึ่งติดตั้งอยู่ภายในเครื่องปรับอากาศ  ภายใต้การควบคุมของผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ดังนั้นหากประชาชนทั่วไปจะนำไปประยุกต์ใช้ ควรระมัดระวังและศึกษาข้อมูลก่อนการใช้งานให้ถี่ถ้วน
https://www.facebook.com/page/944648738895977/search/?q=%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%20%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5%20%20%E0%B8%9C%E0%B8%B8%E0%B8%94%20%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20%E2%80%9C%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E2%80%9D%20

ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ... ตรวจเยี่ยม แนวทางการดำเนินการป้องกันเชื้อ Covid-19 ของ ร.ล.นเรศวร

เรือหลวงนเรศวร - HTMS Naresuan
28 เมษายน เวลา 20:29 น.

พลเรือเอก สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการและคณะ มาตรวจเยี่ยม แนวทางการดำเนินการป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่า (Covid-19) ของเรือหลวงนเรศวร โดยมี น.อ.ทรงวิทย์ เรืองไวทย ผบ.ร.ล.นเรศวร ให้การต้อนรับ ใน 27 เม.ย.64 ณ ท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ

กองเรือยุทธการ เตรียมการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ให้พร้อมรับวิกฤติ COVID-19

กองเรือยุทธการ Royal Thai Fleet
27 เมษายน เวลา 21:50 น.

ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เยี่ยมบำรุงขวัญหน่วยเรือ และติดตามการเตรียมการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ให้พร้อมรับวิกฤติ COVID-19
#เราจะผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน #COVID19

วันที่ 27 เม.ย.64 พล.ร.อ.สุทธินันท์  สมานรักษ์ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เยี่ยมบำรุงขวัญ และติดตามการดำเนินการตามมาตรการในการป้องกัน COVID-19 ของหน่วยเรือ ณ ท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี พล.ร.ต.ไพศาล วงค์เมฆ ผู้บัญชาการกองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือยุทธการ พร้อมด้วยผู้บังคับการเรือในท่าเรือแหลมเทียนรายงานความพร้อมในการดำเนินการป้องกัน COVID-19 ของเรือ

เรือทุกลำในกองเรือยุทธการได้ดำเนินการตามมาตรการในการรับมือ COVID-19 รอบใหม่ ของผู้บัญชาการทหารเรือทั้ง 18 ข้อ อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้กองเรือยุทธการได้กำหนดมาตรการเพิ่มเติม เนื่องจากสภาพภายในเรือส่วนใหญ่มีความคับแคบ รวมทั้งระบบการระบายอากาศภายในเรือเป็นระบบปิด มีความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสได้เป็นอย่างดี กองเรือยุทธการจึงได้นำระบบกำจัดเชื้อโรคในอากาศ มาทดลองใช้ในระบบปรับอากาศของเรือในกองเรือยุทธการ ได้แก่ ร.ล.จักรีนฤเบศร ร.ล.นเรศวร ร.ล.ตากสิน ร.ล.รัตนโกสินทร์ และ ร.ล.สุโขทัย ผลการทดลองใช้เป็นที่น่าพอใจ และเรือบางลำก็มีแนวทางเฉพาะในการป้องกัน เช่น ร.ล.นเรศวร นำระบบฆ่าเชื้อในอากาศด้วยหลอดแสง UV มาติดตั้งตามห้องต่างๆ ทั้งนี้ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ได้มอบแนวทางในการดูแลกำลังพลให้มีความรัดกุมมากขึ้น เพื่อให้เรือทุกลำในกองเรือยุทธการคงความพร้อมในการปฎิบัติต่อทุกภารกิจที่ได้รับ

ในการนี้ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการได้ติดตามการเตรียมการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม โดยมีหน่วยในกองเรือยุทธการที่มีความพร้อมในการจัดเตรียม ดังนี้
               - กองการบินทหารเรือ สามารถรองรับผู้ติดเชื้อ/กลุ่มเสี่ยง ได้ประมาณ 150 เตียง
               - กองการฝึก กองเรือยุทธการ (พื้นที่สำรอง) สามารถรองรับผู้ติดเชื้อ/กลุ่มเสี่ยง ได้ประมาณ 200 เตียง

ทั้งนี้ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการได้มอบนโยบายในการเตรียมการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามหากมีการสั่งการจากกองทัพเรือ ภายใต้กรอบการพึ่งพาตนเอง ด้วยขีดความสามารถที่มี เพื่อรองรับกำลังพล และครอบครัวของกองเรือยุทธการที่ติดเชื้อ หรือเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ตามขีดความสามารถที่กองเรือยุทธการจะสามารถทำได้ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ติดเชื้อ หรือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ประสบปัญหาโรงพยาบาลไม่สามารถรองรับผู้ป่วยได้เพียงพอ ซึ่งจะเป็นการแบ่งเบาความแออัดของโรงพยาบาลภาครัฐบาลอีกด้วย

#กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ
#กองทัพเรือ
#กองเรือยุทธการ

:กองกิจการพลเรือน กองเรือยุทธการ

วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

รวมภาพเรือสนับสนุนการรบ สังกัด กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ

รวมภาพเรือที่สังกัดอยู่ใน กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ โดยกองเรือมีเรือประเภทต่างๆ จำนวนทั้งสิ้น 29 ลำ แต่ในโพสต์นี้จะเป็นการรวบรวมภาพของ เรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่แบบอู่ลอย ร.ล.อ่างทอง ,เรือยกพลขนาดใหญ่ จำนวน 2 ลำ คือ ร.ล.สีชัง ร.ล.สุรินทร์ และ เรือส่งกำลังบำรุงขนาดใหญ่ ร.ล.สิมิลัน เพียงเท่านั้น

กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ เป็นหน่วยขึ้นตรง กองเรือยุทธการ ที่ตั้ง ท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชบุรี แบ่งการบังคับบัญชาออกเป็น ๓ หมวดเรือ ประกอบด้วย เรือประเภทต่างๆ จำนวนทั้งสิ้น ๒๙ ลำ ดังนี้

หมวดเรือที่ ๑ ประกอบด้วย เรือยกพลอู่ลอย จำนวน ๑ ลำ คือ ร.ล.อ่างทอง  เรือยกพลขนาดใหญ่ จำนวน ๒ ลำ ได้แก่ ร.ล.สีชัง  ร.ล.สุรินทร์

หมวดเรือที่ ๒ ประกอบด้วย เรือระบายพลขนาดใหญ่ จำนวน ๙ ลำ ได้แก่ ร.ล.ทองแก้ว  ร.ล.ทองหลาง  ร.ล.วังนอก  ร.ล.วังใน  ร.ล.มันนอก  ร.ล.มันกลาง  ร.ล.มันใน  ร.ล.มัตโพน  ร.ล.ราวี

หมวดเรือที่ ๓ เรือส่งกำลังบำรุง จำนวน ๑๗ ลำ ประกอบด้วย เรือส่งกำลังบำรุงขนาดใหญ่ จำนวน ๑ ลำ คือ ร.ล. สิมิลัน  เรือน้ำมัน จำนวน ๖ ลำ ได้แก่ ร.ล.จุฬา  ร.ล.สมุย  ร.ล.ปรง  ร.ล.เปริด  ร.ล.เสม็ด  ร.ล.มาตรา  เรือน้ำ จำนวน ๒ ลำ ได้แก่ ร.ล.จวง  ร.ล.จิก และเรือลากจูง จำนวน ๘ ลำ ได้แก่ ร.ล.กลึงบาดาล  ร.ล.มารวิชัย  ร.ล.ริ้น  ร.ล.รัง  ร.ล.แสมสาร  ร.ล.แรด ร.ล.ปันหยี  ร.ล.หลีเป๊ะ

หน้าที่
จัดและเตรียมกำลังสำหรับปฏิบัติการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก และการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงกับหน่วยต่างๆ ตามที่ร้องขอ
http://www.koryorpor.com/?page_id=20
—————————————————
เรือยกพลอู่ลอย ร.ล.อ่างทอง (LPD791)
ขึ้นระวางประจำการ 19 เมษายน 2555

ผู้สร้าง Singapore Technologies Marine ประเทศสิงคโปร์

ขนาด
ระวางขับน้ำเต็มที่ 7,600 ตัน

อาวุธ 
ปืนใหญ่เรือ OTO Melara super Rapid ขนาด 76 มม./62 คาลิเบอร์ แท่นเดี่ยว 1 แท่น
ปืนกล 30 มม. Sea Hawk MSI-DS30 MR ขนาด 30 มม./75 คาลิเบอร์ แท่นเดี่ยว 2 แท่น

ขีดความสามารถ
ดาดฟ้าเฮลิคอปเตอร์ สำหรับ ฮ. S-70B หรือ MH-60S 2 เครื่อง หรือ ฮ. CH-47D 1 เครื่อง
โรงเก็บเฮลิคอปเตอร์ สำหรับ ฮ. S-70B หรือ MH-60S 2 เครื่อง
ดาดฟ้าบรรทุก สำหรับรถถัง M60 18 คัน หรือรถยนต์บรรทุกพร้อมรถพ่วง 15 คัน หรือรถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV 19 คัน
อู่ลอย สำหรับเรือระบายพลขนาดกลาง (เรือ รพก. หรือ LCM) 2 ลำ และแรมพ์ท้ายสามารถต่อเชื่อมกับเรือระบายพลขนาดใหญ่ (LCU) ได้
เรือระบายพลขนาดเล็ก (LCVP) 2 ลำ
ทหาร 390 คน เป็นนาวิกโยธิน 360 คน หน่วยบิน 15 คน ฝ่ายอำนวยการ 15 คน

อิเล็กทรอนิกส์
เรดาร์ตรวจการณ์ทางอากาศ Terma SCANTER 4100 (Terma C-Search)
ระบบออปโทรนิกส์ควบคุมการยิง Terma C-Fire
ระบบอำนวยการรบ Terma C-Flex
—————————————————
เรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ ชุด ร.ล.สีชัง
ร.ล.สีชัง (LST721) ขึ้นระวางประจำการ 9 ตุลาคม 2530 ผู้สร้าง Italthai Marine ประเทศไทย
ร.ล.สุรินทร์ (LST722) ขึ้นระวางประจำการ 16 ธันวาคม 2531 ผู้สร้าง Bangkok Dock ประเทศไทย

ขนาด
ระวางขับน้ำเต็มที่ 3,540 ตัน (721) หรือ 4,520 ตัน (722)

อาวุธ
ปืนใหญ่กล Bofors L70 ขนาด 40 มม./70 คาลิเบอร์ แท่นเดี่ยว 1 แท่น (721) หรือ 2 แท่น (722)
ปืนใหญ่กล Rheinmetall ขนาด 20 มม./90 คาลิเบอร์ แท่นเดี่ยว 2 แท่น
ปืนกล ขนาด 12.7 มม. แท่นเดี่ยว 2 แท่น

ขีดความสามารถ
ดาดฟ้าเฮลิคอปเตอร์ บริเวณกลางลำเรือ สำหรับ ฮ. Bell-212 1 เครื่อง หรือรถฮัมวี่ 10 คัน และบริเวณท้ายเรือ สำหรับ ฮ. Bell-212 1 เครื่อง
ดาดฟ้าบรรทุก สำหรับยุทโธปกรณ์ 850 ตัน หรือรถถัง M60 13 คัน และรถยนต์บรรทุก 2 ตัน 6 คัน หรือรถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV 12 คัน
เรือระบายพลขนาดเล็ก (LCVP) 4 ลำ
นาวิกโยธิน 339 คน (721) หรือ 354 คน (722)

อิเล็กทรอนิกส์
เรดาร์เดินเรือ Decca
ระบบออปโทรนิกส์ควบคุมการยิง BAe Sea Archer Mk.1A mod.2
—————————————————
เรือส่งกำลังบำรุงขนาดใหญ่ ร.ล. สิมิลัน (AOR : Auxiliary Oiler Replenishment 871)
วางกระดูกงู 8 มิ.ย. 2538
ปล่อยเรือลงน้ำ 9 พ.ย. 2538
ขึ้นระวางประจำการ 12 ส.ค. 2539
ผู้สร้าง อู่ Hudong-Zhonghua เซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน

คุณลักษณะทั่วไป
ตัวเรือและส่วนประกอบของเรือสร้างด้วยเหล็ก
ความยาวตลอดลำ 171.45 เมตร
ความกว้าง 24.60 เมตร
กินน้ำลึก 9 เมตร
ความเร็วสูงสุด 19 นอต
ระวางขับน้ำสูงสุด 22,000 ตัน
ระยะปฏิบัติการไกลสุด 10,000 ไมล์ ที่ 15 นอต
ความคงทนทะเล ได้ถึงสภาวะทะเลระดับ 6
ปฏิบัติการต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่า 30 วัน
กำลังพลประจำเรือ 175 นาย

ระบบตรวจการณ์
เรดาร์เดินเรือ Sperry Marine Rasca 2 ชุด

ระบบสื่อสาร
ระบบวิทยุสื่อสารผ่านดาวเทียม M-VSAT
ระบบวิทยุสื่อสารผ่านดาวเทียม INMARSAT-M
ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลทางยุทธวิธี Avia Satcom Link RTN

ระบบอาวุธ
ปืนใหญ่กล Oerlikon GAM-CO1 ขนาด 20 มม. แท่นเดี่ยว 4 แท่น
ปืนกล .50 นิ้ว 4 แท่น

ระบบขับเคลื่อนและเครื่องจักรช่วย
เครื่องจักรใหญ่ดีเซล SEMT-Pielstick 16PC2 6V400 2 เครื่อง
เครื่องกำเนิดไฟฟ้า Wuxi-Siemens 1FC564-6TA 4 เครื่อง
เครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉิน Siemens 1FC5-4TA 1 เครื่อง
เพลาใบจักร 2 เพลา ใบจักร Kamewa แบบปรับมุมได้

ระบบอื่นๆ
ระวางบรรทุก 12,000 ตัน
ระบบส่งกำลังเพิ่มเติมในทะเล (replenishment-at-sea) บริเวณกราบขวา 1 ระบบ
ระบบเติมเชื้อเพลิงในทะเล (fuelling-at-sea) บริเวณกราบซ้าย 1 ระบบ
ระบบเติมเชื้อเพลิงในทะเลทางท้ายเรือ Bosch Rexroth astern fueling-at-sea
ดาดฟ้าและโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์ สำหรับ ฮ. S-70B หรือ MH-60S 1 เครื่อง
เรือยางทางยุทธวิธีพร้อมเครื่องยนต์ติดท้าย (RHIB) 6 ลำ
—————————————————
เรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่แบบอู่ลอย ร.ล.อ่างทอง (LPD791)

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

คลิป VDO เรียนรู้การใช้งานระบบต่างๆ ของรถถังหลัก VT4

การป้อนข้อมูลเพื่อคาริเบสปืนใหญ่ รถถัง VT4
ยิงปืนกลร่วมแกน รถถัง VT4
การบรรจุกระสุนแบบ​ semi-auto/VT4
ยิงปืนใหญ่ รถถัง VT4
หาที่ตั้งยิง รถถัง VT4

การฝึกกำลังพลรถถัง ของกองพลทหารม้าที่ 3 ในช่วงโรคโควิด-19

“ ฝึกอย่างเข้มข้น ห่างไกลจากโควิด-19  กองทัพบก พร้อมทุกสถานการณ์ “
กองพลทหารม้าที่ 3 โดย กองพันทหารม้าที่ 6 กรมทหารม้าที่ 6 จัดการเรียนการสอน​ unit​school​ การฝึกเป็นหน่วยระดับกองพัน (ภาคที่ตั้ง) ประจำปี 2564 ในเรื่อง การควบคุมบังคับบัญชาและระบุตำแหน่งของรถถังด้วยระบบ GPS โดยการฝึกนั้นได้ใช้กล้องวงจรปิดแบบไร้สาย มาทำเป็นเครื่องช่วยฝึกในการฝึกกำลังพล เพื่อช่วยให้กำลังพลเกิดความเข้าใจในการปฏิบัติได้ง่ายขึ้น และยังเป็นการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 เนื่องจากกำลังพลสามารถรับชมการปฏิบัติได้ที่จอทีวี คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ซึ่งเป็นการลดความใกล้ชิดกันของกำลังพลในการฝึก ทำให้การฝึกนั้นมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับนโยบายการป้องกันโรคโควิด-19

คลิก! เข้าไปรับชม VDO >

วันอังคารที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

รวมภาพเรือรบแห่งราชนาวีไทย EP.8

รวมภาพ เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุด ร.ล.ปัตตานี (OPV-511) ,ร.ล.นราธิวาส (OPV-512) และเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุด ร.ล.กระบี่ (OPV-551) ,ร.ล.ประจวบคีรีขันธ์ (OPV-552) เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งทั้ง 4 ลำ สังกัด กองเรือตรวจอ่าว กองเรือยุทธการ ...
—————————————————
เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุด ร.ล.ปัตตานี (จำนวน 2 ลำ)
ร.ล.ปัตตานี (511) ขึ้นระวางประจำการ 16 ธันวาคม 2548
ร.ล.นราธิวาส (512) ขึ้นระวางประจำการ 20 มีนาคม 2549

ผู้สร้าง China State Shipbuilding Corperation (CSSC) ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

คุณลักษณะ
ระวางขับน้ำเต็มที่ 1,440 ตัน
ความยาว 95.5 ม. ความกว้าง 11.6 ม. กินน้ำลึก 3.0 ม.
ความเร็วสูงสุด 25 น็อต ความเร็วเดินทาง 15 น็อต
ระยะปฏิบัติการที่ความเร็วเดินทาง 3,500 ไมล์
กำลังพลประจำเรือ 84 นาย
 
เครื่องจักร
เครื่องจักรใหญ่ดีเซล MAN Diesel (Ruston) 16RK270 2 เครื่อง
เครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซล MAN Diesel D2840 LE301 4 เครื่อง
เพลาใบจักร 2 เพลา ใบจักรแบบปรับมุมได้

อาวุธ
ปืนใหญ่เรือ OTO Melara 76/62 Super Rapid ขนาด 76 มม./62 คาลิเบอร์ แท่นเดี่ยว 1 แท่น
ปืนใหญ่กล Denel Land Systems GI-2 ขนาด 20 มม./93 คาลิเบอร์ แท่นเดี่ยว 2 แท่น
ปืนกล U.S. Ordnance M2HB ขนาด 12.7 มม. แท่นเดี่ยว 2 แท่น
มีระบบรองรับการติดตั้งแท่นยิง Mk 141 สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้น-สู่-พื้น Boeing RGM-84D Harpoon 2 แท่น แท่นละ 4 ท่อยิง
ลานจอดและโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์ สำหรับ ฮ. Agusta Westland Super Lynx 300 1 เครื่อง
เรือยางทางยุทธวิธีพร้อมเครื่องยนต์ติดท้าย (RHIB) 1 ลำ

อิเล็กทรอนิกส์
เรดาร์ตรวจการณ์พื้นน้ำ/อากาศ Selex RAN-30X/I
เรดาร์และออปโทรนิกส์ควบคุมการยิง Rhienmetall TMX/EO
ศูนย์รวบ (ปืนใหญ่เรือ) Rhienmetall TDS
เรดาร์เดินเรือ Raytheon Anschutz NSC-25 SeaScout 3 ชุด และ Koden (เฉพาะ 512)
ระบบอำนวยการรบ Atlas Elektronik COSYS 100
คอนโซลแสดงผลและควบคุมการรบ Atlas Elektronik BM 2000 3 ชุด
ระบบพิสูจน์ฝ่าย (ติดตั้งคู่กับเรดาร์ RAN-30X/I) Selex Communications
ระบบสื่อสารแบบรวมการ (ICS) Rohde & Schwarz
ระบบวิทยุสื่อสารผ่านดาวเทียม M-VSAT
ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลทางยุทธวิธี Avia Satcom Link RTN
ระบบสะพานเดินเรือแบบรวมการ (IBS) Raytheon Anschutz NSC-series
https://thaiarmedforce.com/royal-thai-navy-combatant-ship-specification-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%A3/
—————————————————
เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุด ร.ล.กระบี่ (จำนวน 2 ลำ)
ร.ล.กระบี่ (511) ขึ้นระวางประจำการ 26 สิงหาคม 2556
ร.ล.ประจวบคีรีขันธ์ (512) ขึ้นระวางประจำการ 27 กันยายน 2562

ผู้สร้าง กรมอู่ทหารเรือ กองทัพเรือ/Bangkok Dock ประเทศไทย โดยใช้แบบเรือของ BAE Systems Surface Ships ประเทศอังกฤษ

ข้อมูลของเรือเฉพาะ ร.ล.กระบี่

คุณลักษณะ
ระวางขับน้ำเต็มที่ 1,969 ตัน
ความยาว 90.5 ม. ความกว้าง 13.5 ม. กินน้ำลึก 3.8 ม.
ความเร็วสูงสุด 23 น็อต ความเร็วเดินทาง 15 น็อต
ระยะปฏิบัติการที่ความเร็วเดินทาง 3,500 ไมล์
ความคงทนทะเลระดับ sea state 5
กำลังพลประจำเรือ 55 นาย (รองรับกำลังพลเพิ่มเติมได้อีก 34 นาย)

เครื่องจักร
เครื่องจักรใหญ่ดีเซล MAN Diesel 16V 23/33D กำลัง 7,200 กิโลวัตต์ 2 เครื่อง
ชุดเกียร์ ZF Marine 53600 NR2H
เพลาใบจักร 2 เพลา ใบจักร Wartsila Lips Defence แบบปรับมุมได้

อาวุธ
ปืนใหญ่เรือ OTO Melara 76/62 Super Rapid ขนาด 76 มม./62 คาลิเบอร์ แท่นเดี่ยว 1 แท่น
ปืนใหญ่กล MSI-DSL/ATK DS30MR Mk.44 ขนาด 30 มม./70 คาลิเบอร์ แท่นเดี่ยว 2 แท่น
ปืนกล U.S. Ordnance M2HB ขนาด 12.7 มม. แท่นเดี่ยว 2 แท่น
ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ สำหรับ ฮ. Agusta Westland Super Lynx 300 1 เครื่อง
เรือยางทางยุทธวิธีพร้อมเครื่องยนต์ติดท้าย (RHIB) 1 ลำ

อิเล็กทรอนิกส์
เรดาร์ตรวจการณ์พื้นน้ำ/อากาศ Thales Variant
เรดาร์และออปโทรนิกส์ควบคุมการยิง Thales LIROD Mk 2
ศูนย์รวบ (ปืนใหญ่เรือ) Thales TDS
เรดาร์เดินเรือ 2 ชุด
ระบบอำนวยการรบ Thales TACTICOS
คอนโซลแสดงผลและควบคุมการรบ Thales MOC Mk 3
ระบบถาม/ตอบรับสัญญาณพิสูจน์ฝ่าย แบบ Mk XII (ติดตั้งคู่กับเรดาร์ Variant) Thales TSB2525
ระบบสื่อสารแบบรวมการ (ICS) Thales FICS พร้อมระบบเครือข่าย Thales FOCON IP C
ระบบวิทยุสื่อสารผ่านดาวเทียม INMARSAT-M
ระบบสะพานเดินเรือแบบรวมการ (IBS)
ระบบควบคุมระบบเรือแบบรวมการ (IPMS) Servowatch
https://thaiarmedforce.com/royal-thai-navy-combatant-ship-specification-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%A3/
—————————————————
เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ร.ล.ประจวบคีรีขันธ์ (512)

คุณลักษณะทั่วไปของเรือ
- ความยาวตลอดลำ 90.50 เมตร กว้าง 13.50 เมตร
- ความยาวที่แนวน้ำ 83.00 เมตร กินน้ำลึก 3.70 เมตร
- ระวางขับน้ำไม่น้อยกว่า 1,960 ตัน
- ความเร็วสูงสุดไม่ต่ำกว่า 23 นอต (ที่ Full load)
- ระยะปฏิบัติการไม่น้อยกว่า 3,500 ไมล์ทะเล (ที่ความเร็วเดินทางไม่ต่ำกว่า 15 นอต)

ระบบอาวุธประจำเรือ
- ปืนขนาด 76/62 มิลลิเมตร แบบอัตโนมัติ รุ่น Multi – Feeding Vulcano Super Rapid จำนวน 1 ระบบ
- ปืนกลขนาด 30 มิลลิเมตร แท่นเดี่ยว รุ่น Seahawk MSI-DS30MR จำนวน 2 กระบอก
- ปืนกลขนาด 0.50 นิ้ว M2 จำนวน 2 กระบอก
- อาวุธปล่อยนำวิธีพื้นสู่พื้น Harpoon Block II แบบ Advanced Harpoon Weapon Control System จำนวน 1 ระบบ ประกอบด้วย 2 แท่น แท่นละ 4 ท่อยิง

อิเล็กทรอนิกส์
- ระบบควบคุมบังคับบัญชาและตรวจการณ์ 1 ระบบ ประกอบด้วย ระบบอำนวยการรบ ระบบควบคุมการยิงระบบตรวจการณ์ ระบบเดินเรือแบบรวมการ ระบบสื่อสารแบบรวมการ และการออกแบบให้มีขีดความสามารถในการทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์
- เครื่องยิงเป้าลวง ( Decoy Launcher ) จำนวน 2 แท่น
ขีดความสามารถ (Combat Capability)
- สามารถออกปฏิบัติงานในทะเลอย่างต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 14 วัน โดยไม่ต้องรับการส่งกำลังบำรุงเพิ่มเติม
- สามารถปฏิบัติการได้ถึงสภาวะทะเลระดับ 5 (Sea State 5)
- สามารถตรวจการณ์ และพิสูจน์ทราบเป้าผิวน้าและเป้าอากาศยานได้ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน
- สามารถโจมตีเป้าพื้นน้ำในระยะพ้นขอบฟ้าได้ด้วยอาวุธปล่อยนำวิถี
- สามารถป้องกันภัยทางอากาศในระยะประชิดได้ตามสมรรถนะของอาวุธประจำเรือ
- สามารถทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์โดยติดตั้งอุปกรณ์ ESM และออกแบบให้รองรับการติดตั้งเชื่อมต่อการใช้งานระบบเป้าลวงได้
- สามารถปฏิบัติงานร่วมกับเฮลิคอปเตอร์ขนาดไม่ต่ำกว่า 11.5 ตัน ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน
- สามารถรองรับกำลังพลได้ไม่น้อยกว่า 115 นาย (กำลังพลประจำเรือ 99 นาย และปฏิบัติการทางอากาศ 16 นาย)
https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99/107760
Navy For Life
9 ตุลาคม 2019
Fire!!!
รูปสวยในรอบปีของเพจ ... จังหวะ Submunition ของ Decoy พุ่งออกจากลูก Decoy ด้วยแรงดันอากาศธาตุที่เกิดจากการระเบิด ในการทดสอบ Decoy Live Firing ของ ร.ล.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีฉากหลังเป็น ร.ล.สัตหีบ
By Admin
—————————————————