หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561

พิธีส่งมอบเครื่องบิน F-16 Mid-Life Update ให้ กองบิน 4

“บิ๊กต่าย” ส่งมอบเครื่องบิน F-16 Mid-Life Update ให้ กองบิน 4 ชี้เสมือนมีเครื่องบินใหม่ ทันสมัย ปรับปรุงระบบ Avionics ระบบอาวุธ และระบบป้องกันตนเอง

บิ๊กต่าย พลอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ และว่าที่ ผู้บัญชาการทหารอาศคนใหม่ ทำพิธีส่งมอบเครื่องบินขับไล่แบบ 19/ก หรือ  F-16 ตามโครงการปรับปรุงความสามารถ (F-16 Mid-Life Update) เพื่อประจำการใน กองบิน 4 อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์

โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่กองทัพอากาศ ผู้แทนกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา ผู้แทนบริษัท Lockheed Martin Aeronautics ผู้แทน บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด รวมถึง ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการของกองบิน 4 เข้าร่วมพิธี

กองทัพอากาศได้ดำเนินโครงการปรับปรุงขีดความสามารถ เครื่องบินขับไล่แบบ 19/ก โดยการจัดหาแบบ รัฐบาลต่อรัฐบาล กับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เพื่อปรับปรุงระบบ Avionics ระบบอาวุธ และระบบป้องกันตนเองให้กับ เครื่องบินขับไล่แบบ 19/ก ของฝูงบิน 403 กองบิน 4 ให้มีขีดความสามารถในการใช้อาวุธที่ทันสมัย มีความแม่นยำสูง มีระยะยิงไกลเกินสายตา มีระบบป้องกันตนเองที่มีประสิทธิภาพ สามารถปฏิบัติการได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน รวมถึงรองรับระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี

โดยแบ่งการดำเนินโครงการออกเป็น 3 ช่วง ช่วงละ 6 เครื่อง รวมทั้งสิ้นจำนวน 18 เครื่อง โดยเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2554 ปัจจุบันเครื่องบินขับไล่แบบที่ 19/ก ทั้ง 18 เครื่อง ได้รับการปรับปรุงขีดความสามารถ (Mid-Life Update) เสร็จเรียบร้อยแล้ว เป็นผลให้เครื่องบินมีสมรรถนะสูงขึ้น สามารถติดตั้งอาวุธสมัยใหม่ที่มีความแม่นยำสูง มีระยะยิงไกลเกินสายตา ติดตั้งระบบเรดาร์ที่มีประสิทธิภาพในการตรวจจับเป้าหมาย เพิ่มความสามารถในการปฏิบัติภารกิจในเวลากลางคืน มีการติดตั้งระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี ส่งผลให้นักบิน และหน่วยบัญชาการและควบคุม มีความหยั่งรู้เท่าทันสถานการณ์การรบ สามารถดำเนินกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพรองรับยุทธศาสตร์การปฏิบัติการใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลางของกองทัพอากาศ และเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันประเทศ ปฏิบัติการรบร่วมกับเหล่าทัพอื่น รวมถึงมิตรประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพWassana Nanuam

วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2561

Royal Thai Air Force expands fleet with additional H225M order

New purchase brings RTAF’s H225M fleet to 12 units

Thailand, – Airbus Helicopters has secured an additional order of four H225M (previously known as EC725) multirole utility helicopters from the Royal Thai Air Force (RTAF), as part of the fleet strengthening programme. This follow-on order will bring the RTAF’s H225M fleet to 12 units by 2021.
Specially equipped with emergency flotation gear, fast roping, cargo sling, search light and electro-optical systems, these four new multirole H225M helicopters will join RTAF’s existing fleet of six H225Ms for combat search and rescue missions, search and rescue flights and troop transport operations. The air force will also be receiving two H225Ms from its earlier order, by end of this year.

This latest contract will also cover on-site technical support and continuing airworthiness management organisation services, fully supported by Airbus’ Thailand team.

“The H225Ms have served the Royal Thai Air Force well since the delivery of its first batch in 2015, and we are truly honoured by this renewed order, underscoring their continued trust and confidence in our helicopters and the committed support to their fleet. With its proven versatility, reliability and endurance, we know that the H225 will continue to capably fulfil the most challenging missions. RTAF can count on our Thailand-based customer centre for continued availability of the fleet,” said Philippe Monteux, Head of Southeast Asia and Pacific region.

Featuring state-of-the-art electronic instruments and the renowned 4-axis autopilot system, the 11-ton-catergory twin-turbine H225M offers outstanding endurance and fast cruise speed, and may be fitted with various equipment to suit any role. Close to 90 units are in service, achieving 100,700 flight hours to-date./Airbus Helicopters

วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561

สรุปผลงาน “อู่กรุงเทพฯ” อู่ต่อเรือไทย

“บิ๊กตุ๋ย” ประชุม สรุปผลงาน “อู่กรุงเทพฯ” ขั้นเทพ หลายหมื่นล้าน ได้ต่อเรือ OPV ให้ กองทัพเรือศรีลังกา 3 ลำ และเสนอต่อให้ กองทัพเรือฟิลิปปินส์ 6 ลำด้วย หลัง ต่อ “รล.กระบี่” จับมือ BAE อังกฤษ ต่อ ลำ 2 เตรียมจับมือกับ Lurssen เยอรมัน ต่อเรือ เผย ทำศูนย์ซ่อมเรือ ที่สัตหีบ รองรับการขยายธุรกิจอู่เรือ-EEC
“บิ๊กตุ๋ย” พล.ร.อ. พิเชฐ ตานะเศรษฐ เสธ.ทร. ในฐานะ ประธานกรรมการ บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด ประชุมสรุปผลงานที่สำคัญของ บอท. ในรอบปีที่ผ่านมา

ทั้งการสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการเริ่มต้น และสร้างโอกาสให้ บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด ในโครงการสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ให้กับกองทัพเรือศรีลังกา จำนวน 3 ลำ มูลค่ารวม 12,000 ล้านบาท ซึ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมศรีลังกา มีกำหนดเดินทางมาเยี่ยมชมกิจการของ บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด ระหว่าง 8 - 12 ต.ค.61 นี้

อันเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของ บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด และสอดคล้องตามนโยบายการพัฒนาขีดความสามารถในการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของรัฐบาล

นอกจากนี้ได้มีการสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่าง บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด และ บริษัท BAE System Ships Ltd. สหราชอาณาจักร ต่อเนื่องจากโครงการสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งให้กับกองทัพเรือ ลำที่ 1 และ 2
การเสนอโครงการสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งให้กับ กองทัพเรือฟิลิปปินส์ จำนวน 6 ลำ มูลค่ารวม 18,000 ล้านบาท

และการปรับปรุงแบบเรือเพื่อเสนอให้กับกองทัพเรือไทย ในการจัดหาเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งลำต่อไป อันเป็นการดำเนินการในเชิงรุก

ทั้งยัง มีการผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่าง บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด และ กรมอู่ทหารเรือในเรื่องการสร้าง ปรับปรุง และพัฒนาอุตสาหกรรมอู่เรือและผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่าง บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด และ บริษัท Lurssen สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในเรื่องการดำเนินธุรกิจอู่เรือ

สนับสนุนการดำเนินธุรกิจของ บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด ในพื้นที่สัตหีบ โดยการใช้พื้นที่จำนวน 41-3-55 ไร่ บริเวณทิศเหนือของ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ เพื่อสนับสนุนการซ่อมทำเรือให้กับกองทัพเรือ และพื้นที่จำนวน 33 ไร่ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจอู่เรือและโครงการ EEC / ที่มา: Wassana Nanuam

พิธีส่งมอบต้นแบบยานเกราะล้อยาง 8 x 8 (AAPC) จำนวน ๑ คัน ให้กับนาวิกโยธิน เพื่อให้ทดลองใช้งาน

นาวาเอก ปริญญาธรรม พูลพิทักษ์ธรรม รองผู้อำนวยการกรมสรรพวุธทหารเรือ เป็นผู้แทน ผู้อำนวยการกรมสรรพาวุธทหารเรือ ในพิธีส่งมอบต้นแบบยานเกราะล้อยางขนาด 8 x 8 (AAPC) จำนวน ๑ คัน ให้กับนาวิกโยธิน เพื่อให้ทดลองใช้งาน ตามโครงการวิจัยและพัฒนาร่วมกัน ระหว่าง สวพ.ทร. กับ สทป. สำหรับการปฏิบัติภารกิจของนาวิกโยธิน ในการยกพลขึ้นบก ของคลื่นระลอกที่สอง ในการเคลื่อนที่จากทะเลเข้าสู่ฝั่ง(ที่หมาย) และการตรวจการณ์ ลาดตระเวนหาข่าวของอากาศยานไร้คนขับ ซึ่ง พลอากาศเอก ปรีชา ประดับมุข ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) เป็นผู้ส่งมอบด้วยตนเอง โดยมี พล.ร.ท.ศังกร พงษ์ศิริ ผบ.นย. เป็นผู้รับมอบ และคณะผู้บังคับบัญชาของ นย. กับ สทป. ร่วมเป็นสักขีพยาน ในวันที่ ๒๐ ก.ย.๖๑ ณ กองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี /ที่มา: สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ

วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561

พิธีปิดการฝึกผสม FALCON STRIKE 2018

นาวาอากาศเอก วัชรพล  นวลเป็นใย และพลอากาศตรี หวัง กัง (Major General Wang Gang) ผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม Falcon Strike 2018 กองทัพอากาศ และกองทัพอากาศสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมเป็นประธานในพิธีปิดการฝึกผสม Falcon Strike 2018 เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๑ ณ กองบิน ๒๓ จังหวัดอุดรธานี

http://www.rtaf.mi.th/th/RTAFNews/Pages/A20180919.aspx

วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561

ประมวลภาพ “ปลัดกลาโหม-ผบ.ทหารสูงสุด อำลากองทัพเรือ”

19 ก.ย.2561 -กองทัพเรือจัดเรือรบ 9 ลำ พร้อมยุทโธปกรณ์จากหน่วยกำลังรบทั้งหมดร่วมพิธีอำลาชีวิตราชการปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในโอกาสเกษียณอายุราชการ บนเรือหลวงนเรศวร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

เรือหลวงมกุฎราชกุมารยิงสลุตเพื่อเป็นเกียรติ จำนวน 19 นัด ในพิธีอำลาชีวิตราชการทหาร ที่กองทัพเรือจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้กับ พลเอก เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม และ พลเอก ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในโอกาสเกษียณอายุราชการ บนเรือหลวงนเรศวร ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี พลเรือเอก นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ กองทัพเรือจัดกำลังพลจากกองเรือยุทธการ 1 กองร้อย ร่วมในพิธีอำลาตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้ โดยมี เรือหลวงนเรศวร เป็นเรือรับรอง และ เรือ ต.111 เป็นเรือตรวจพล พร้อมทั้งหมู่เรือสวนสนามอีก 7 ลำ กำลังอากาศนาวี และกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์จากหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เข้าร่วมในการสวนสนาม

ช่างภาพ : อุดมชัย สว่างแก้ว
https://www.springnews.co.th/view/349292

วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2561

พิธีส่งหมู่เรือสวนสนามทางเรือเกาหลีใต้/ ฝึกผสม ACMEX 2018

Photo: Wassana Nanuam ,Springnews ,77jowo ,robrawnews
ในวันจันทร์ที่ ๑๗ ก.ย.๖๑ เวลา ๑๗๐๐ พลเรือโท สุชา เคี่ยมทองคำ เสนาธิการกองเรือยุทธการ ผู้แทนผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ได้เป็นประธานในพิธีส่ง หมู่เรือสวนสนามทางเรือเกาหลีใต้ ๒๐๑๘ และฝึกผสม Asean China Maritime Exercise 2018 (ACMEX 2018) ณ บริเวณท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ
๑. เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ ๗๐ ปี การจัดตั้งกองทัพสาธารณรัฐเกาหลี ทางกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี ได้จัดพิธีสวนสนามทางเรือ ณ เกาะเจจู สาธารณรัฐเกาหลี โดยมี กองทัพเรือมิตรประเทศต่างๆ จำนวน ๔๒ ประเทศ เข้าร่วมเฉลิมฉลอง และมีจำนวน ๑๔ ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ส่งเรือเข้าร่วมพิธีสวนสนามทางเรือในครั้งนี้ และภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีสวนสนามทางเรือ กองทัพเรือจะเข้าร่วมการฝึกผสม ASEAN CHINA MARITIME EXERCISE 2018 (ACMEX 2018) ณ เมืองจ้านเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน อีกด้วย
๒. พิธีสวนสนามทางเรือ ณ เกาะเจจู สาธารณรัฐเกาหลีภายใต้ชื่อสากลว่า “International.Fleet Review JEJU 2018” จะมีขึ้นระหว่างวันที่ ๑๐ – ๑๕ ต.ค.๖๑ ในส่วนของกองทัพเรือได้จัดหมู่เรือสวนสนามทางเรือเกาหลีใต้ ๒๐๑๘ เข้าร่วม โดยมี พลเรือตรี ธวัชชัย ม่วงคำ ผู้บัญชาการกองเรือฟริเกตที่ ๒ เป็นผู้บังคับหมู่เรือสวนสนามทางเรือเกาหลีใต้ ๒๐๑๘ มีกำลังทางเรือประกอบด้วยเรือจำนวน ๒ ลำ ได้แก่ เรือหลวงตากสิน (เรือฟริเกต) และเรือหลวงกระบี่ (เรือตรวจการไกลฝั่ง) พร้อมกำลังพลในหมู่เรือสวนสนามทางเรือเกาหลีใต้จำนวนทั้งสิ้น ๓๐๕ นาย เข้าร่วมพิธีสวนสนามทางเรือ ณ เกาะเจจู สำหรับภารกิจของหมู่เรือสวนสนามทางเรือเกาหลีใต้คือการเข้าร่วมในพิธีสวนสนามทางเรือ และฝึกผสมต่างๆ เพื่อดำรงความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพเรือ กับ กองทัพเรือมิตรประเทศ และเป็นการแสดงความพร้อม และศักยภาพของกองทัพเรือ ให้เป็นที่ประจักษ์กับ กองทัพเรือชาติต่างๆ ที่เข้าร่วมในครั้งนี้ ในส่วนของกิจกรรมที่สำคัญที่จะเกิดขึ้นในการเดินทางในครั้งนี้ ได้แก่ การสวนสนามทางเรือ การสวนสนามทางบก การเยี่ยมชมเรือรบของชาติต่างๆ การเยี่ยมเมืองท่าต่างๆ การฝึกผสมการปราบเรือดำน้ำ Multinational.Combined.Anti-Submarine Exercise.(CASEX) และการฝึกปฏิบัติการทางเรือกับ กองทัพเรือมิตรประเทศ (Combined Passing Exercise) เป็นต้น
๓. ภายหลังจากที่เสร็จสิ้นพิธีสวนสนามทางเรือ เรือหลวงตากสินจะเดินทางไปเข้าร่วมการฝึกผสมASEAN CHINA MARITIME EXERCISE 2018 (ACMEX 2018) ระหว่าง ๒๒ – ๒๘ ต.ค.๖๑ ณ เมืองจ้านเจียงสาธารณรัฐประชาชนจีน กับ กองทัพเรือมิตรประเทศ อีกจำนวน ๙ ประเทศ ได้แก่ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม ประเทศมาเลเซีย ประเทศพม่า ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศอินโดนีเชีย ประเทศบรูไน และประเทศสิงคโปร์ สำหรับการฝึกผสม ACMEX 2018 เป็นการฝึกช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล โดยมีหัวข้อการฝึกที่สำคัญ ได้แก่ การปฏิบัติในการเข้าพื้นที่เกิดเหตุ การปฏิบัติในการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยในลักษณะกองเรือ (Search and Rescue Screen) การปฏิบัติด้านความปลอดภัยโดยเฉพาะ การใช้เฮลิคอปเตอร์ (Helo Cross Deck) และการปฏิบัติในการส่งกลับสายแพทย์ (Medical Evacuation)
๔. ในโอกาสที่กองทัพเรือได้เข้าร่วมพิธีสวนสนามทางเรือ และการฝึกผสมร่วมกับ กองทัพเรือมิตรประเทศต่างๆ นั้น เป็นการแสดงออกถึงศักยภาพ และความพร้อมของกองทัพเรือ และที่สำคัญคือทำให้เกิดประโยชน์แก่กำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นการเพิ่มพูนความรู้ และประสบการณ์ในสาขาการปฏิบัติการทางเรือต่างๆ การเดินทางไกลในทะเล และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล อีกทั้งเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกำลังพลของกองทัพเรือกับกำลังพลของกองทัพเรือมิตรประเทศ ที่เข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้ รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน อันจะก่อให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจในการปฏิบัติงานร่วมกันในอนาคต