หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2559

เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งลำใหม่



กองทัพเรือ เผย แผนจัดหาเรือOPV ตรวจการณ์ไกลฝั่ง ลำที่ 2 งบฯ ปี 2559-2561 รวม 5,482,930,000 บาท ราคาสูงขึ้น เพราะติดอาวุธ ปืนหลัก-ปืนรอง เพิ่ม พร้อมจรวดนำวิถี /ตั้ง "พลเรือเอก พลเดช เจริญพูล"ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ เป็นประธานกรรมการฯ /เผย เรือหลวงกระบี่ OPV ลำแรก งบฯ ปี 2551- 2554 ใช้งบฯ2,931,285,884 บาท/ ยันโปร่งใส รอบคอบ เหมาะสมกับสภาวะประเทศ/ เผย ยึดต้นแบบในหลวงทรงให้ คนไทยต่อเรือเอง ทร.ให้อู่กรุงเทพฯ ต่อ

พลเรือโท จุมพล ลุมพิกานนท์ รองเสนาธิการทหารเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ แถลงข่าวโครงการจัดหาเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ลำที่ 2 ของทร.

อันเป็น โครงการจัดหาเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ลำที่ 2 ของกองทัพเรือ เป็นส่วนหนึ่งของ "แผนการพัฒนากำลังรบตามยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือ" เพื่อรองรับกับบทบาทหน้าที่ของกองทัพเรือในด้านการปฏิบัติการทางทหาร ในการป้องกันประเทศ การรักษากฎหมาย และการช่วยเหลือประชาชน

เพื่อให้มีขีดความสามารถในการลาดตระเวนตรวจการณ์รักษาฝั่ง ป้องกันการแทรกซึมทางทะเล คุ้มครองเรือประมง ป้องกันและคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ตลอดจนการรักษากฎหมายในทะเล ตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

โดยกองทัพเรือได้ลงนามในสัญญาซื้อขายแบบเรือและพัสดุ กับ บริษัท 
อู่กรุงเทพ จำกัด ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ในสังกัด กระทรวงกลาโหม

โดยใช้แบบเรือของ "เรือหลวงกระบี่" เป็นแบบพื้นฐานในการปรับปรุงแบบเรือและการส่งมอบพัสดุ

โดยแบบเรือดังกล่าว มีต้นแบบมาจากแบบเรือของ บริษัท BAE Systems Ships จำกัด จากประเทศอังกฤษ

ส่วนการดำเนินการในส่วนอื่น ๆ นั้น อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ จะดำเนินการประกอบตัวเรือ การต่อบล็อคเรือ ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์และระบบต่าง ๆ ของเรือ และกรมสรรพาวุธทหารเรือจะดำเนินการในส่วนของระบบอาวุธ

โดยใช้ศักยภาพและความรู้ความสามารถของกำลังพลกองทัพเรือ ในการดำเนินการติดตั้ง ทดสอบ ซึ่งเป็นไปในลักษณะเดียวกับเรือหลวงกระบี่ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและการพึ่งพาตนเอง กับเป็นการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพเรือในการต่อเรือตรวจการณ์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการต่อเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งชุด เรือ ต.991 และนำไปสู่การปรับปรุงเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งชุด เรือ ต.994 ที่ได้มีการขยายแบบเรือ และรูปทรง ตามพระบรมราชวินิจฉัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จนมาถึง เรือหลวงกระบี่ ซึ่งเป็น เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งลำแรกที่กองทัพเรือต่อขึ้นเอง

ในโครงการจัดหาเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งมีจำนวน 2 ลำ โดยลำแรกคือ เรือหลวงกระบี่อยู่ในงบประมาณระหว่างปี 2551 - 2554 เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 2,931,285,884 บาท

ในลำที่สองในงบประมาณระหว่างปี 2559 – 2561 เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 5,482,930,000 บาท

โดยมีรายละเอียดคือ 1. งบประมาณที่ใช้ในการซื้อแบบเรือและพัสดุสำหรับสร้างเรือ ซึ่งรวมถึงเครื่องจักร อุปกรณ์ อะไหล่ เครื่องมือ ส่วนสนับสนุน สายไฟและสายสัญญาณที่ใช้กับอุปกรณ์ที่กองทัพเรือเป็นผู้จัดหา รวมถึงการบริการทางเทคนิคในการออกแบบ ติดตั้ง เชื่อมต่อ การตรวจรับ การทดสอบทดลองอุปกรณ์ การฝึกอบรมการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุง รวมเอกสารคู่มือ การถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างเรือในสาขาต่าง ๆ ตามแบบเรือ การประกันภัยและการขนส่ง และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็น เงิน 2,832,930,000 บาท

2. งบประมาณที่ใช้ในการจัดหาระบบควบคุม ระบบอาวุธ และการบริหารโครงการ เป็นเงิน 2,650 ล้านบาท ผูกพันงบประมาณ 3 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2559 – 2561แยกเป็นการจัดหาระบบควบคุมบังคับบัญชาและตรวจการณ์ วงเงิน 1,400 ล้านบาท

จัดหาระบบปืนหลัก (ปืน 76/62 มิลลิเมตร) 370 ล้านบาท จัดหาระบบปืนรอง (ปืนกล 30 มิลลิเมตร) วงเงิน 150 ล้านบาท จัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้น วงเงิน 360 ล้านบาท และการบริหารโครงการและฝึกอบรม วงเงิน 370 ล้านบาท

ทั้งนี้ กองทัพเรือ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง โดยมี พลเรือเอก พลเดช เจริญพูล ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ เป็นประธานกรรมการฯ

โดยเหตุที่งบประมาณที่ใช้ในการจัดสร้างของเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ลำที่ 2 มีราคาสูงกว่าโครงการจัดสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งลำที่ 1 (เรือหลวงกระบี่) เนื่องมาจากระบบอาวุธที่ติดตั้งบนเรือหลวงกระบี่ เป็นระบบอาวุธปืนหลักและปืนรอง

ในขณะที่ระบบอาวุธที่จะติดตั้งในโครงการจัดสร้างเรือตรวจการณ์ ลำที่ 2 นี้ นอกจากปืนหลักและปืนรองแล้ว ยังได้ติดตั้งระบบอาวุธปล่อยนำวิถี พื้นสู่พื้นแบบ Harpoon ซึ่งเป็นอาวุธปล่อยนำวิถีที่มีสมรรถนะและความแม่นยำสูง ซึ่งกองทัพเรือ

"ขอยืนยันว่า การดำเนินการทุกขั้นตอน ดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และเหมาะสมกับสภาพและสภาวะของประเทศ" พลเรือโท จุมพล กล่าว

ส่วนชื่อเรือ นั้น ยังไม่ได้มีการพิจารณาว่าจะใช้ชื่อใด แต่คงเป็นชื่อ ในประเภทเดียวกับ รล.กระบี่ <> Wassana Nanuam

เรือหลวงนเรศวร (421) เข้าอู่แห้ง..

29 มี.ค.59-เรือหลวงนเรศวร (421) เข้าอู่แห้ง เพื่อเข้ารับการตรวจสอบใต้ท้องเรือ.. ที่ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการเป็นเรือฝึก ในหมู่เรือฝึกนักเรียนนายเรือ..

ภาพถ่ายจาก: Saksun Cherngloy

วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2559

ความก้าวหน้าของโครงการปรับปรุง F-5 E/F กองทัพอากาศ

พลอากาศตรี สุรทิน ยาวะโนภาส หัวหน้าคณะติดตามความก้าวหน้า โครงการ Pre - MOD F-5 E/F ตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าของโครงการ ระหว่าง 28 - 29 มีนาคม 2559 ณ กองบิน 21


ภาพล่าสุดของการผลิต รถถังหลัก OPLOT สำหรับกองทัพบกไทย

ภาพล่าสุดของการผลิต รถถังหลัก OPLOT สำหรับกองทัพบกไทย ในโรงงานของ Malyshev ,ประเทศยูเครน ให้สังเกตที่ภาพแรก หมายเลข 20 คือ รถถังหลัก OPLOT คันที่ 20 ในสายการผลิตให้สำหรับกองทัพบกไทย..

 http://www.malyshevplant.com/.../tanky-ta-liceyisty...

โครงการปรับปรุง เรือล่าทำลายทุ่นระเบิดใกล้ฝั่ง ชุดเรือหลวงบางระจัน


ในวันจันทร์ที่ ๒๘ มี.ค.๕๙ เวลา ๑๖๓๐ ทร. โดยผู้บัญชาการทหารเรือได้ลงนามสัญญาจ้างปรับปรุงเรือล่าทำลายทุ่นระเบิดใกล้ฝั่ง ชุด เรือหลวงบางระจัน จำนวน ๒ ลำ ร่วมกับบริษัท THALES UK Limited สหราชอาณาจักร มูลค่าประมาณ ๒,๗๕๐ ล้านบาท หรือประมาณ ๗๐ ล้านยูโร มีระยะเวลาดำเนินโครงการ ๑,๑๗๐ วัน โดยเป็นสัญญาจ้างปรับปรุงเรือ ในลักษณะ Mid Life Upgrade โดยมีรายการการปรับปรุงที่สำคัญประกอบด้วย

-การจัดหาเครื่องวัดค่าอิทธิพลตัวเรือแบบเคลื่อนที่ (Mobility Signature Test Range) จำนวน 1 ระบบ สำหรับตรวจวัดค่าอิทธิพลของเรือต่างๆ ใน ทร. จากบริษัท SAES ระบบ MIRS (Multi Influence Range System) ซึ่งจะสามารถวัดค่าอิทธิพล เสียง และ แม่เหล็ก ตัวเรือได้ และในอนาคตรองรับการติดตั้งอุปกรณ์วัดค่าความดัน

-การตรวจสอบสภาพ และซ่อมทำตัวเรือตลอดทั้งลำ ซึ่งตัวเรือ ลทฝ. ชุดดังกล่าว เป็นตัวเรือไม้ จำเป็นต้องใช้ช่างฝีมือที่มีความชำนาญเป็นพิเศษ และผู้ตรวจสอบความแข็งแรงจาก Lloyds’s register

-การปรับปรุงระบบอำนวยการล่าทำลายทุ่นระเบิด (CMS) จากเดิม ATLAS MWS 80 และ โซนาร์แบบ DSQS-11H เป็น ระบบ M-cube และ โซนาร์แบบ TSM2022 Mk III และติดตั้ง MWDC (Mine Warfare Database Compute)r และการ Integrate ระบบ M-cube ร่วมกับ ยานล่าทำลายทุ่นระเบิดแบบ Seafox MDV

-การถอดถอนอุปกรณ์สื่อสาร อุปกรณ์เดินเรือ และติดตั้งใหม่ รวมทั้งการซ่อมบำรุงเครื่องจักรใหญ่ เครื่องไฟฟ้า ระบบเครื่องปรับอากาศ ระบบไฟฟ้าภายในเรือ ด้วยอะไหล่แบบ Non-magnetic

-การจัดหาและติดตั้ง Decompression Chamber สำหรับรองรับการปฏิบัติการใต้น้ำ ของ เจ้าหน้าที่ถอดทำลายอมภัณฑ์ แบบ ๒ ที่นั่ง ความดัน 6 ATA จำนวนลำละ ๑ ระบบ

การจ้างปรับปรุงเรือในครั้งนี้ จะส่งผลให้ ร.ล.บางระจัน และ ร.ล.หนองสาหร่าย ที่ ทร.ใช้ในราชการมามากกว่า ๒๕ ปี มีความพร้อมโดยสมบูรณ์แบบ โดยมีระบบอำนวยการล่าทำลายทุ่นระเบิดที่ทันสมัย ทัดเทียมกองทัพเรือประเทศต่างๆ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฝรั่งเศส อังกฤษ เบลเยียม อินเดีย นอร์เวย์ และ เนเธอร์แลนด์ เลยทีเดียวครับ

By Admin WO634





วันเสาร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2559

พิธีทำบุญเรือหลวงนเรศวร

25 มี.ค.59-ผู้บังคับการเรือหลวงนเรศวร เป็นประธานในพิธีทำบุญเรือหลวงนเรศวร ,ไหว้เรือ และในโอกาสนี้ได้มอบทุนการศึกษาให้กับบุตรข้าราชการทหารเรือในสังกัดด้วย..

วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2559

เรือหลวงนเรศวร (421) ..

มุมภาพแปลกตาของ เรือหลวงนเรศวร (421) ขณะจอดเทียบท่า ณ บริเวณฐานทัพเรือสัตหีบ ภาพชุดนี้ เรือหลวงนเรศวร ดูสง่างามและน่าเกรงขามดี เลยนำมาให้ได้รับชมกันครับ

วิดีโอ ร.ล. นเรศวร